ที่ตีพิมพ์:May 6, 2026

ความหวังต่อข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านกำลังขยับทั้งทองคำ น้ำมัน ดอลลาร์ และหุ้นพร้อมกัน

ความหวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนหลายตลาดพร้อมกันในวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 เมื่อความคาดหวังต่อความคืบหน้าทางการทูตเพิ่มขึ้น นักลงทุนก็เริ่มประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ในหลายสินทรัพย์หลักพร้อมกัน ปฏิกิริยาของตลาดเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแรง

ตามข้อมูลตลาด ราคาทองคำสปอตปรับขึ้นมากกว่า 3% ไปอยู่ที่ 4,708.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐขยับขึ้นไปที่ 4,721 ดอลลาร์ ขนาดของการเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าตลาดไม่ได้มองข่าวดังกล่าวเป็นเพียงพาดหัวทางภูมิรัฐศาสตร์แบบแคบ ๆ แต่ตีความว่าเป็นพัฒนาการที่อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อ อุปทานพลังงาน ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย และบรรยากาศความเสี่ยงโดยรวม

ช่องทางส่งผ่านหลักแรกคือน้ำมัน หากตลาดเชื่อว่าวอชิงตันและเตหะรานกำลังเข้าใกล้ข้อตกลงมากขึ้น ความน่าจะเป็นของการหยุดชะงักรอบใหม่ในตะวันออกกลางก็จะถูกมองว่าลดลง ประเด็นนี้สำคัญมากโดยเฉพาะเพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในจุดคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เมื่อความเสี่ยงด้านอุปทานถูกมองว่าลดลง ค่าพรีเมียมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยอยู่ในราคาน้ำมันก็จะถูกตัดออกอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่น้ำมันปรับลงแรง

ช่องทางสำคัญลำดับที่สองคือดอลลาร์สหรัฐ เมื่อความกลัวต่อแรงกระแทกด้านพลังงานรอบใหม่เริ่มผ่อนคลาย ความต้องการสินทรัพย์เชิงป้องกันก็ลดลงตามไปด้วย ซึ่งช่วยกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง ดอลลาร์ที่อ่อนลงนี้กลับเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ เพราะทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น ด้วยเหตุนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์จึงยิ่งช่วยขยายการปรับขึ้นของโลหะมีค่า

การพุ่งขึ้นของทองคำอาจดูแปลกในตอนแรก เพราะความหวังเรื่องสันติภาพที่ดีขึ้นมักทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง แต่ในกรณีนี้ ตลาดกลับให้ความสำคัญกับอีกกลไกหนึ่ง หากราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ก็อาจทำให้แนวทางไปสู่การผ่อนคลายนโยบายของเฟดในอนาคตดูเป็นไปได้มากขึ้น และสิ่งนั้นก็สนับสนุนทองคำ เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง หรือความคาดหวังต่อดอกเบี้ยที่ต่ำลง มักช่วยปรับปรุงมุมมองต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน

นี่คือเหตุผลว่าทำไมประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เพียงเรื่องเดียวจึงสามารถขยับหลายตลาดได้พร้อมกัน น้ำมันลดลงเพราะนักลงทุนเริ่มตีราคาความเสี่ยงด้านอุปทานให้น้อยลง ดอลลาร์อ่อนค่าลงเพราะความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง ทองคำปรับขึ้นเพราะการรวมกันของดอลลาร์ที่อ่อนลงและแรงกดดันเงินเฟ้อที่ลดลงช่วยให้ภาพรวมทางมหภาคของทองคำดีขึ้น ขณะที่หุ้นก็ได้รับประโยชน์จากแรงผ่อนคลายชุดเดียวกัน เพราะตลาดมองว่าข้อตกลงที่เป็นไปได้นั้นเป็นผลดีต่อการเติบโตและเสถียรภาพทางการเงิน

ความสำคัญในภาพกว้างของการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือ ตลาดไม่ได้ตอบสนองแค่ต่อความเสี่ยงของสงครามโดยตรงอีกต่อไป แต่ยังตอบสนองต่อวิธีที่การทูตอาจเปลี่ยนแปลงเส้นทางขนส่ง ต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และความคาดหวังต่อนโยบายของธนาคารกลางด้วย ในความหมายนี้ ความเป็นไปได้ของข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ แต่กลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจมหภาคเต็มรูปแบบที่กำลังกำหนดทิศทางของหลายสินทรัพย์ในเวลาเดียวกัน