ที่ตีพิมพ์:May 27, 2026

ข้อถกเถียงเรื่อง stablecoin สกุลยูโรในยุโรปทวีความเข้มข้น เมื่อ ECB คัดค้านการขยายตลาดอย่างจริงจัง

หนึ่งในประเด็นนโยบายคริปโตที่สำคัญที่สุดของยุโรปในเวลานี้ คือคำถามเกี่ยวกับ stablecoin ที่อ้างอิงสกุลยูโร และว่าควรหรือไม่ที่สหภาพยุโรปจะสนับสนุนการเติบโตของตลาดนี้อย่างจริงจัง ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ได้ปฏิเสธข้อเสนอที่ต้องการผลักดันตลาด euro stablecoins ให้ขยายตัวเร็วขึ้น โดยให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวเช่นนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน และทำให้การควบคุมอัตราดอกเบี้ยมีความซับซ้อนมากขึ้น

ความสำคัญของข้อขัดแย้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกคริปโตเท่านั้น แก่นของการถกเถียงอยู่ที่ความกังวลเชิงยุทธศาสตร์ เพราะ stablecoin ที่อ้างอิงดอลลาร์ครองตลาดโลกอย่างชัดเจน ขณะที่ stablecoin สกุลยูโรยังมีขนาดเล็กมาก สัดส่วนของยูโรในตลาด stablecoin ยังอยู่ในระดับต่ำมาก และสิ่งนี้ทำให้เกิดความกังวลในยุโรปต่อสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายบางคนเรียกว่า “การดอลลาร์ไรซ์ในโลกดิจิทัล” หรือภาวะที่การชำระเงินดิจิทัลและการเงินแบบโทเคนยิ่งพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่อิงดอลลาร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

แนวแบ่งในเชิงนโยบายจึงเริ่มชัดเจนขึ้น ฝ่ายหนึ่งมองว่ายุโรปจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศของ euro stablecoins ที่แข็งแรงขึ้น หากต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในโลกการเงินดิจิทัล และลดการพึ่งพาเครือข่ายการชำระเงินที่เชื่อมโยงกับสหรัฐ ฝ่ายที่สนับสนุนมองว่านี่คือแนวทางที่จะช่วยเพิ่มบทบาทของยูโรในระบบการชำระเงินบนบล็อกเชนและในตลาดการเงินแบบโทเคนในอนาคต

แต่อีกด้านหนึ่งคือ ECB ซึ่งต่อต้านแนวทางดังกล่าว ธนาคารกลางเตือนว่าหากตลาด euro stablecoins ขยายใหญ่ขึ้นมาก อาจทำให้เงินฝากธนาคารมีความผันผวนมากขึ้น ลดความสามารถของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อ และทำให้การควบคุมนโยบายการเงินซับซ้อนยิ่งขึ้น ในทางปฏิบัติ ความกังวลก็คือ หากเงินจำนวนมากไหลออกจากเงินฝากธนาคารแบบดั้งเดิมไปยังโทเคนดิจิทัลที่ออกโดยเอกชน ก็อาจบิดเบือนกลไกการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ย และสร้างความเสี่ยงด้านสภาพคล่องใหม่ให้กับระบบธนาคาร

นี่คือสิ่งที่ทำให้การอภิปรายครั้งนี้สะท้อนภาพรวมได้ชัดเจนมาก ยุโรปดูเหมือนจะกังวลว่าตนเองจะสูญเสียพื้นที่ในระบบการชำระเงินดิจิทัลให้กับผู้ออก stablecoin ที่อ้างอิงดอลลาร์ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่พร้อมจะเปิดประตูอย่างกว้างให้กับบริษัทคริปโตเอกชน แทนที่จะทำเช่นนั้น ECB ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการควบคุมทางการเงินและเสถียรภาพของระบบธนาคารยังคงสำคัญกว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ stablecoin สกุลยูโรที่ออกโดยภาคเอกชน สิ่งนี้ทำให้ยุโรปอยู่ในจุดที่ยากลำบาก เพราะยุโรปต้องการอธิปไตยทางการเงินที่มากขึ้นในโลกดิจิทัล แต่ก็ไม่ต้องการได้อธิปไตยนั้นมาด้วยต้นทุนของความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่มองว่าสูงเกินไป

การถกเถียงนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความทะเยอทะยานระยะยาวของยุโรปเรื่อง digital euro ด้วย สหภาพยุโรปยังคงเดินหน้าโครงการยูโรดิจิทัล และสิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ECB อาจต้องการกรอบสกุลเงินดิจิทัลที่นำโดยธนาคารกลาง มากกว่าการขยายตัวแบบผ่อนคลายของ stablecoin สกุลยูโรที่ออกโดยภาคเอกชน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ECB ไม่ได้ปฏิเสธเงินดิจิทัลในหลักการ แต่กำลังปฏิเสธรูปแบบของเงินดิจิทัลที่เชื่อว่าอาจบั่นทอนเครื่องมือทางนโยบายของตนเอง

ข้อสรุปในภาพกว้างคือ การถกเถียงเรื่อง stablecoin ในยุโรปไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนวัตกรรมคริปโตอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็นเรื่องของอธิปไตยทางการเงิน การออกแบบโครงสร้างระบบการเงิน และดุลอำนาจระหว่างธนาคารกลาง ธนาคารพาณิชย์ และผู้ออกสินทรัพย์ดิจิทัลจากภาคเอกชน ยุโรปมองการเติบโตของ stablecoin ที่อิงดอลลาร์เป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ แต่ในเวลานี้ ยุโรปยังเลือกความระมัดระวังมากกว่าการเปิดเสรีอย่างรวดเร็ว